ก้าวต่อไปของเรย์ คาวาคูโบะ ในCOMME des GARCONS Spring/Summer 2019

 

บนเส้นทางการทำงานของนักออกแบบที่สร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่องทุกคนไม่มีใครที่สามารถเกิดไอเดียใหม่ที่ได้ดั่งใจทุกวัน  เพียงแต่คนคนนั้นต้องกล้าที่จะยอมรับและเปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ย่ำอยู่กับที่

วันนี้ เรย์ คาวาคูโบะ (Rei Kawakubo ) หัวเรือใหญ่แห่งกอมม์ เดส์ การ์ซงส์  ดีไซเนอร์ที่มีอัตลักษณ์ในการออกแบบและสามารถใช้เสื้อผ้าพูดแทนเธอได้เสมอในทุกคอลเล็คชั่นเป็นอีกผู้หนึ่งที่เดินมาหยุด ณ สี่แยกแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่แน่ใจว่าจะเลือกไปทางไหน  และกำลังคิดมองหาสิ่งใหม่ที่จะพาเธอและแบรนด์ของเธอไปต่อ

เรย์ยอมรับกับตัวเองและได้แถลงไปในอีเมลที่ส่งออกไปก่อนการแสดงคอลเล็คชั่น COMME des GARCONS Spring/Summer 2019 ว่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วเธอได้ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางการออกแบบเสื้อผ้า กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ เพื่อดูว่าเธอจะสามารถทำให้เสื้อผ้าที่ทรงพลังนั้นไปได้ไกลแค่ไหน  เธอทำงานด้วยความมุ่งมั่นว่าจะทำให้เกิดเสื้อผ้าที่ใหม่ แข็งแรง และกระตุ้นหัวใจให้พุ่งไปข้างหน้าและมีชีวิตต่อไป

นั่นจะดูเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นของเสื้อผ้าที่เป็นนามธรรมมากกว่ารูปธรรมที่เธอไม่เคยหยุดนิ่งในการคิดตลอด 10 คอลเล็คชั่นที่ผ่านมา  แม้เธอไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลง  แต่ขอก้าวไปข้างหน้าด้วยการนำเสื้อผ้าที่มีรูปทรงใหญ่  แสดงความเป็นงานงานศิลปะแบบแอ็บสแตร็กท์ที่เปรียบดังประติมากรรมบนรันเวย์  ก่อนจะมาแตกหน่อ กิ่ง ก้าน ใบ เป็นคอลเลคชั่นของเสื้อผ้าไลน์ต่างๆภายใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ชื่อกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ และวางจำหน่ายในร้านสาขาทั่วโลก

สำหรับคอลเล็คชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2019 เป็นจุดเริ่มต้นที่เรย์ไม่ได้อยากจะสรรหาอะไรที่ใหม่  แต่ต้องการให้ก้าวต่อไปเป็นก้าวที่แสดงถึงธรรมชาติที่กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ควรจะเป็นในอนาคต

“ฉันมองหาว่าสิ่งต่อไปคืออะไร ต่อไปคืออะไร แต่ฉันไม่สามารถหาได้”

นั่นคือจุดเริ่มต้น แต่ในที่สุดสิ่งที่เธอคิดได้ก็คือ คอลเล็คชั่นนี้จะเป็นการค้นหาสิ่งที่อยู่ภายในตัวตน และจิตใจของผู้หญิงที่ชื่อ เรย์ คาวาคูโบะ  ในฐานะของผู้หญิงผู้ก่อตั้งบริษัทที่เป็นผู้บริหาร  เป็นผู้สร้างสรรค์ที่ทุ่มเทร่างกายพร้อมด้วยจิตใจในการทำงานตลอดมา  ให้ออกมาทั้งในด้านความคิดสร้างสรรค์  และถ่ายทอดความรู้สึกลึกๆที่อยู่ในใจเธอเสมอมา  ไม่ว่าจะเป็นความเป็นผู้หญิง  ความเป็นแม่(ทั้งๆที่เธอเองไม่เคยมีลูก)

เรย์บอกว่าคอลเล็คชั่นของกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ นับแต่นี้ไป  จะไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนจากการออกแบบและภาพจากภายนอก  แต่จะอยู่ที่การออกแบบและเนื้อหาที่สะท้อนถึงสิ่งที่อยู่ภายใน

เธอเรียกการแสดงแฟชั่นครั้งนี้ว่า Mini Show โดยเสื้อผ้า 30 ชุด ในคอลเล็คชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2019 จัดแสดงที่ Palais des Etudes ของ Ecole des Beaux-Arts  ต่อหน้าผู้ชมเพียง 100 คน ที่นั่งเรียงอยู่ 2 ข้างของรันเวย์สีขาวที่ตั้งอยู่ใต้หลังคาสกายไลท์ที่เปิดให้มองเห็นท้องฟ้าสีขาวสดใสสวยงามของวันนั้น  เหมือนจะบอกว่าความหวังของทุกคนยังมีอยู่เสมอ

เสียงเพลง Somewhere จากภาพยนตร์เรื่อง West Side Story ผลงานของ Tom Waits นักร้องที่เรย์  ชื่นชอบ  ภาพของนางแบบที่หลากหลายช่วงวัยแต่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยวิกผมสีเทาเงินที่แฮร์ สไตลิสต์ จูเลียน ดีส์ ออกแบบ เพื่อสะท้อนถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของผู้หญิงวัยต่างๆ ทุกอย่างไปได้ดีกับเสื้อผ้าสีดำ ขาว ที่นำผลงานอันคลาสสิคของเรย์มาทำใหม่ให้ดูเรียบและเป็นธรรมชาติกว่าที่ผ่านมา ทั้งเสื้อแจ๊กเก็ตมีระบายที่ชายเสื้อ (Peplum Jacket) เสื้อคลุมตัวยาว (Coat) จัมพ์สูท ทักซิโด้ (Jumpsuit Taksedos) การผูกปม การจับเดรป แต่เน้นการออกแบบตามส่วนต่างๆ

ส่วนที่ชัดเจนที่สุดตั้งแต่ชุดราตรีชุดแรกที่ออกมาคือ ตรงช่วงท้องที่ออกแบบให้มีช่อง หรือมีรอยต่อซิกแซ็กตรงกลางบ้าง  รวมถึงมีการเสริมแพ็ดตรงท้อง สะโพก และด้านหลัง  เพื่อสื่อถึงการตั้งครรภ์ของผู้หญิง และความเป็นแม่ของพวกเธอ

บางชุดคลุมด้วยเสื้อสูทตัวใหญ่ที่ช่วงบ่าไหล่ถูกตัดออก  เพื่อบ่งบอกถึงความรุนแรงที่ถาโถมเข้า ชำแหละร่างกายของเธอ

บางชุดมีโซ่ถ่วงอยู่ภายในเสื้อ  ราวกับเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับผิวหนังของพวกเธอ

บางชุดมีการเจาะทะลุผ้าให้เห็นผิวภายใต้เสื้อผ้าที่มีถุงน่องแนบเนื้อลายโลโก้ COMME des GARCONS  ลายดอกไม้ รอยสัก ลายโซ่ และลายกระดาษหนังสือพิมพ์  สิ่งเหล่านี้สื่อถึงภาระหน้าที่ที่ผู้หญิงต้องแบกรับตลอดมา  แม้แต่แอคเซสเซอรี่อย่างเดียวในคอลเล็คชั่นนี้คือรองเท้าที่ไนกี้ยังคงมีบทบาทสำคัญด้วยการเพิ่มโซ่บนรองเท้าที่เพิ่มความหนักให้กับการก้าวเดิน

ถ้อยแถลงช่วงหนึ่งของเรย์นั้นบอกความเป็นคอลเล็คชั่นนี้ได้ชัดเจน

“การสร้างสรรค์ของฉันคือสิ่งที่ฉันเป็น”

คอลเล็คชั่นนี้จึงมีความลึกในเชิงเนื้อหาเป็นเรื่องของผู้หญิงที่ไม่ใช่แค่คนที่ชื่อเรย์ คาวาคูโบะ แต่เป็นเรื่องของผู้หญิงทุกคน  โดยเฉพาะผู้หญิงในโลกปัจจุบันที่ไม่ว่าจะมีบทบาทใดในชีวิตก็ต้องอยู่ภายใต้ขีดจำกัด ผ่านความเจ็บปวด และการต่อสู้ 

แม้คอลเล็คชั่นนี้จะดูนิ่ง  แสดงความสงบเรียบ ใช้รูปแบบการออกแบบที่ไร้ขีดจำกัด  แต่ยังคงสร้างความสงสัย อยากรู้ อยากติดตาม แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะยังมองเห็นได้ไม่ชัดเจน  การอยู่ในความมืดออกจะเป็นเรื่องที่เสี่ยง  แต่เรย์เชื่อว่ากอมม์ เดส์ การ์ซงส์เต็มใจจะเลือกเส้นทางนั้นเพื่อจะก้าวต่อไป