Genderless

 

                คำว่า Genderless มีความหมายว่า ไร้เพศ หรือ ไม่มีเพศ  ไม่ใช่คำใหม่ในวงการแฟชั่นแต่อย่างใด หากเป็นวิวัฒนาการ ของการออกแบบที่ได้ทำลายกำแพงความเป็นเพศทางแฟชั่นลงอย่างสวยงาม  ทำให้เสื้อผ้าไม่ได้ถูกจำกัดด้วยเพศ และเพศไม่ได้ถูกบ่งบอกด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่เสมอไป แต่กลายเป็นเสื้อผ้าไม่ว่าแบบใดเป็นสิ่งที่ใครก็สวมใส่ได้ โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวตนที่อยู่ข้างในของตัวเอง

                เสื้อผ้าที่ไร้เพศ จึงมีทั้งความเป็นหญิงและชายอยู่ในแบบ ทำออกมาแล้วมักมีความน่ารัก สดใส ชวนติดตาม

                เพื่อสะท้อนคำว่า Wear Your Freedom คีย์เวิร์ดที่เรย์ คาวาคูโบะ ให้ไว้กับกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ให้กระจ่างและชัดเจนขึ้น ว่าแบรนด์ไม่ได้ให้อิสระผู้สวมใส่เสื้อผ้าของแบรนด์เฉพาะในการเลือกนำเสนอแฟชั่นในสไตล์ของตัวเองเท่านั้น  แต่ยังเพิ่มความเป็นกลางที่ไม่มีข้อจำกัด เรื่องของเพศ ความเป็นผู้หญิง ความเป็นผู้ชาย ในงานออกแบบ  เกิดเป็นแฟชั่นที่ไม่จำกัดเพศในแบบของตัวเอง

                ในคอลเล็คชั่นเสื้อผ้าผู้หญิงของกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ที่ผ่านมาจึงมีทั้งกางเกงและเสื้อสูทแบบเทย์เลอร์ เมด เสื้อแจ๊ก เก็ตแบบผู้ชาย เสื้อเชิ้ตแบบต่างๆ ให้ผู้หญิงได้หยิบมาแต่งออกมาน่ารักแบบผู้หญิง  เช่นเดียวกับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชายที่หลายครั้งดีไซเนอร์ตั้งใจใส่รายละเอียดที่มีความเป็นผู้หญิงลงไปในการออกแบบ  จนเกิดเป็นแบบใหม่ที่น่าสนใจของผู้มีรสนิยมในการแต่งตัว

                เช่น ในคอลเลคชั่น กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ เชิ้ต และกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ เชิ้ต บอย สปริง/ซัมเมอร์ 2019 ที่นำเสนอความไร้เพศในแฟชั่นได้อย่างน่าติดตาม  ทั้งเรื่องการใช้โครงสีที่อ่อนหวานอย่างสีพาสเทล แทนสีขาว ฟ้า น้ำงิน ที่ใช้ประจำ  การเติมรายละเอียดในการตกแต่งแบบที่เห็นชัดเจน อย่างคอปกเสื้อเชิร์ตก็พลิกจากแบบปกปลายแหลม หรือปลายตัดที่คุ้นตา กลายเป็นปกเสื้อปลายมนกลม แบบปกคอบัว แถมยังขยายขนาดให้ใหญ่ขึ้นอีก และยังมีการเติมระบายน้อยๆเพิ่มความชดช้อย ทั้งที่ปกเสื้อ และขอบปลายแขนเสื้อให้รับกับจีบรูดที่ทำให้แขนเสื้อพองกว่าปกติ  หรือการเล่นกับกระดุมเสื้อ ให้มีขนาดใหญ่ มีสีที่สวยหวานละมุนขึ้น

                ขนาด ความยาว ของเสื้อเป็นอีกจุดที่เปลี่ยนแปลงได้  ในคอลเลคชั่นนี้เสื้อเชิ้ตผู้ชายถูกเพิ่มความยาวให้เป็นเดรสเชิร์ต ที่ผู้ชายใส่แล้วสร้างความแปลกตา

                ที่น่าสนใจคือ เมื่อหนุ่มๆเลือกเสื้อผ้าจากคอลเล็คชั่นนี้มาแต่งก็ไม่ได้ดูขัดเขิน เพราะพอจับคู่กับกางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ เท่ๆก็ทำให้ภาพรวมยังดูทะมัดทะแมงเหมือนเดิม แต่เป็นหนุ่มที่มีอะไรน่ามองขึ้น หรือในทางกลับกัน ผู้หญิงก็สามารถเลือกเสื้อผ้า ในคอลเลคชั่นนี้ไปสวมใส่ได้ เพราะขนาดที่ โอเวอร์ไซส์ เมื่อนำมาจับคู่ เล่นเลเยอร์กับกางเกง กระโปรง ก็เกิดเป็นวอลุ่มที่สนุกขึ้น เช่นกัน

                ยุคนี้เสื้อผ้าก็คือเสื้อผ้า  ไม่จำเป็นต้องบอกว่าเป็นของผู้หญิงหรือผู้ชาย อยู่ที่ความชอบ และการนำเสนอของแต่ละคน ต่างหาก

                นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้แฟชั่นยังเดินหน้าต่อไปได้แบบไร้ขอบเขต