Exclusive Interview : Vichit Nongnual

 

คุณวิชิต นงนวล เจ้าของ Chit Studio เป็นศิลปินที่เริ่มต้นเขียนรูปโดยได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นโดยมี COMME des GARCONS เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เขาติดตาม
วันนี้จากผู้ศึกษามาเป็นผู้สวมใส่ จนเป็น COMME des GARCONS LOVER เต็มตัวไปแล้ว
“กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ สำหรับผมไม่ใช่เสื้อผ้าธรรมดาแต่เป็นงานอาร์ต เมื่อก่อนผมไม่ได้รู้จัก เรย์ คาวาคูโบะมากมายรู้แค่ว่าเขาดีไซน์เสื้อผ้าแต่ผมว่าเขาเป็นผู้หญิงที่เท่ เป็นผู้หญิงที่แข็งแรง งานของเขาที่ออกมาเลยมีความแข็งแรงในความเป็นอาร์ตที่บ้านผมมีรูปที่ผมวาดเรย์ไว้ประดับบ้านด้วยนะครับผมวาดให้เขามี 4 ตา เพราะผมมองว่าเขามีตาทิพย์”

แรกรู้จักกับกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ของคุณวิชิตต้องย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว
“ผมเรียนจบมัณฑนศิลป์จากศิลปากรไม่ได้เรียนเกี่ยวกับเสื้อผ้าแต่สนใจแฟชั่นแล้วไม่ใช่เพื่อจะเอามาออกแบบเองหรือแต่งตัวอะไรมากมาย ผมเอาแฟชั่นมาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนรูป ซึ่งเมื่อก่อนก็มีหลายๆแบรนด์ที่มีอิทธิพลต่อการวาดรูปของผมแต่ตอนนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นกอมม์เพราะงานของเขาดูเป็นอาร์ตมากที่สุดเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ

ตอนแรกที่รู้จักแบรนด์ผมก็แต่งตัวธรรมดา ใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่พอเรารู้จักกอมม์มากขึ้นจากที่ศึกษางานเขาอย่างเดียวผมก็เริ่มซื้อใส่เอง เริ่มจากไปดู ไปซื้อที่ร้านที่เมืองไทยน้องๆที่ร้านก็น่ารักเลยรู้สึกคุ้นเคย

แล้วความรู้สึกต่อแบรนด์เมื่อมาใส่เองนี่เปลี่ยนไปมากครับคือตอนที่มองเสื้อผ้าอยู่ในหุ่นที่ร้านในตู้ที่แขวนไว้ หรือพับ วางไว้บนดิสเพลย์ก็จะดูนิ่งๆแต่พอเราเอามาใส่หรือว่าดูคนอื่นใส่จะรู้สึกเลยว่าเสื้อผ้านั้นดูเหมือนเป็นอีกงานหนึ่งแต่ละคนที่สวมใส่ก็พรีเซนต์ออกมาได้แตกต่างกัน ทำให้เสื้อผ้าของเขาเหมือนเป็นงานอาร์ตที่มีชีวิตเคลื่อนไหวได้ ผมจะชอบเป็นพิเศษเวลาเห็นคนมีอายุ 60 อัพใส่เสื้อผ้ากอมม์ บางทีเจอจะถึงกับเดินตามดูเขาสักพักเลยครับ”

เสื้อผ้ากอมม์ เดส์ การ์ซงส์ชิ้นแรกและชิ้นโปรดของคุณวิชิตคือกางเกงทรงฮาเร็ม และกางเกงเอี๊ยม
“ครั้งแรกเลยผมซื้อกางเกงทรงฮาเร็มมาใส่คือผมเป็นคนตัวเล็กไม่สูงมาก สูงแค่ 160 เซ็นต์ แต่พอลองกางเกงฮาเร็ม ปรากฏว่าออกมาโอเคเลยเริ่มใส่กางเกงทรงฮาเร็มสีดำ เพราะผมชอบสีดำเป็นหลักแล้วก็เริ่มซื้อเสื้อเชิร์ต เสื้อยืด แต่ไม่ค่อยซื้อ กอมม์ เพลย์ เพราะดูเด็กๆไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่

อีกอย่างที่ผมชอบกางเกงของเขาเพราะพอมาเจอกอมม์ที่เป็นกางเกงทรงหลวมไม่รัดเหมือนกางเกงยีนส์แล้วใช้ผ้าอีกแบบ เนื้อผ้าทั้งคอตตอน ทั้งโพลีเอสเตอร์ที่ใส่ในบ้านเราได้ ใส่แล้วจะร้อนน้อยกว่ากางเกงยีนส์ ผมเลยไม่ใส่กางเกงยีนส์เลย ส่วนพวกผ้าคอลเล็คชั่นฤดูหนาวผ้าหนาๆก็มีซื้อเก็บไว้ด้วย ตอนนี้มีสิบกว่าตัวแล้วก็ยังใส่ทุกตัวครับไม่เคยทิ้ง

คือทุกวันนี้เวลาหยิบอะไรของเขามาใส่ก็จะแมทช์กันหมดโดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ พอเดินออกจากบ้าน อ้าว กอมม์ทั้งชุด อีกแล้ว จนหลังๆ 80 เปอร์เซ็นต์เสื้อผ้าที่มีจะเป็นกอมม์ ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แล้วปกติผมต้อนรับลูกค้าอยู่บ้านก็ใส่กอมม์ตลอด ลูกค้าที่ไม่ได้รู้จักแบรนด์เขาก็รู้สึกว่าเสื้อผ้าของเรามีอะไรพิเศษแต่คนที่รู้จักกอมม์ก็จะเข้าใจ”

ความชอบ ความสนใจของคุณวิชิตที่มีต่อแบรนด์กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ เหมือนจะเพิ่มขึ้นทุกวันจากการศึกษามาใช้งานจนตอนนี้ก้าวมาถึงการเก็บสะสม
“ผมเพิ่งเริ่มมาเก็บเมื่อปีที่ผ่านมาครับ เป็นชุดรันเวย์คอลเล็คชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2018 เพราะงานในคอลเล็คชั่นนั้นมีสีคล้ายๆสีที่ผมเพ้นท์อยู่ ชุดที่ผมซื้อเป็นงานที่เขานำงานของศิลปินอิตาลีมาทำเป็นลายชุด (Giuseppe Arcimboldo จิตรกร ยุคเรอเนสซองส์ ผู้มีชื่อเสียงจากการวาดภาพเหมือนเทพเจ้าแบคัส จากภาพผลไม้ และผักหลายชนิด)

ผมเห็นคอลเล็คชั่นนี้ตอนที่เขาโชว์บนรันเวย์ที่ปารีสเห็นแล้วชอบมากเลยถามน้องๆที่ร้านว่าจะมีเข้ามามั้ย พอเข้ามาก็จองๆ ไว้แล้วซื้อเก็บไว้ 4 ชุดจากคอลเล็คชั่นเดียวกัน
ที่ซื้อเพราะที่บ้านผมเป็นสตูดิโอเขียนรูปแล้วเป็นแกลเลอรี่เล็กๆไว้รับลูกค้าเวลามาดูงาน ผมตั้งใจจะเอาชุดกอมม์มาจัดวางเป็นสกัลป์เจอร์ให้แมทช์กับรูปที่ผมเขียน ซึ่งพอซื้อมาแล้วผมรู้สึกว่าคุ้มมากเพราะเสื้อผ้าของกอมม์ทำให้แกลเลอรี่ส่วนตัวของผมน่าสนใจมากขึ้น”
กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ จึงไม่ใช่แค่เสื้อผ้าที่สวมใส่แต่สามาถเข้ามาอยู่ในชีวิตและการทำงานของศิลปินผู้นี้ได้อย่าง กลมกลืน ทั้งรั้วบ้านที่ทำเป็นแผงแหล็กสูงเพ้นท์ลายโพลก้าดอท ทั้งโคมไฟที่ประดิษฐ์เองจากถุงกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ จนใครๆที่ได้ไปเยี่ยมเยียนที่นี่ต่างต้องร้องว้าวกับงานศิลปะทุกชิ้น
รวมถึงความเป็นกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ที่ถูกนำเสนอในอีกรูปแบบหนึ่งด้วย