Avant-Garde

 

Avant-Garde หรือ ก้าวล้ำ นำยุค

ความก้าวล้ำ ไม่เคยเกาะกระแส ไม่เคยตามเทรนด์ของ COMME des GARCONS เป็นอัตลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้สนใจแฟชั่นว่า ทั้งแนวคิดและผลงานของแบรนด์มีแต่จะล้ำสมัย ก้าวนำหน้าคนอื่นหลายก้าวเสมอ อีกทั้งยังมีอิทธิพลต่อวงการแฟชั่น และเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสิ่งใหม่ๆให้กับโลกแฟชั่น ตั้งแต่คอลเลคชั่นที่ปรากฏตัวบนรันเวย์เป็นครั้งแรก ณ กรุงปารีส เมื่อปี 1981 มาจน ถึงปัจจุบัน   

เสื้อสเวตเตอร์มีรู เสื้อผ้าที่เหมือนตัดเย็บไม่เสร็จ เสื้อผ้าที่ไร้โครงสร้างที่ชัดเจน เสื้อเชิ้ตที่มี 3 แขน เสื้อที่เห็นแล้วไม่รู้ว่าสวมใส่อย่างไร คือส่วนหนึ่งของการคิดและออกแบบของเรย์ คาวาคูโบะ ที่สะท้อนวิสัยทัศน์ที่การมองไปข้างหน้า ไม่ยึดติดกับสิ่งใดๆได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

“ฉันไม่ได้คาดหวังให้งานออกแบบของฉันเป็นเสื้อผ้าง่ายๆที่จะสวมใส่ทุกวัน แต่เสื้อผ้ากอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ควรเป็นสิ่งใหม่สำหรับโลก และเป็นแรงบันดาลใจ ฉันคิดว่ามันสำคัญคือการแปลความคิดไปสู่การปฏิบัติ มากกว่าที่จะต้องกังวลว่า สุดท้ายแล้วเสื้อผ้านั้นใครจะเป็นสวมใส่”

เธอยังเคยกล่าวไว้อีกว่า

"ฉันไม่เคยสร้างขอบเขตใด ๆให้งานของฉัน ส่วนตัวแล้วฉันไม่สนใจฟังก์ชั่นเลย…. เมื่อฉันได้ยิน 'คุณจะสวมชุดนั้นที่ไหน' หรือ 'มันไม่น่าจะใส่ได้' หรือ 'ใครจะสวมชุดนั้น' สำหรับฉันมันเป็นเพียงคำถามที่บ่งบอกว่า บางคนกำลังพลาดประเด็นไป

สิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนก็ดูจะค่อนข้างเป็นนามธรรม แต่การทำศิลปะไม่ใช่ความตั้งใจของฉันเลย ความพยายามทั้งหมดของฉันมุ่งไปที่การมอบรูปแบบให้กับเสื้อผ้าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

           

นี่เป็นเพียงแนวคิดในการออกแบบที่ทำให้ผลงานของเธอออกมาล้ำไปกว่ายุคสมัย ที่เราสามารถมองเห็นได้ แต่ในการทำงานจริงๆเรย์ คาวาคูโบะ ดีไซเนอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ ไม่เพียงแต่มุ่งก้าวไปข้างหน้าพร้อมงานออกแบบเท่านั้น เธอยังมีส่วนในการสร้างแบรนด์ ร่วมวางแนวทางและแผนทางธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่ไม่มีแบรนด์แฟชั่นใดเคยทำมาก่อน เป็นการต่อยอดธุรกิจด้วยแนวคิดที่ มองไปข้างหน้าตลอดเวลา

เรย์ คาวาคูโบะเคยกล่าวว่า “การออกแบบบริษัท ไม่ใช่เพียงเสื้อผ้า” แต่หมายรวมถึงทุกอย่างที่ประกอบกันขึ้นเป็นโครงสร้างของบริษัท แฟชั่นที่ต้องทำธุรกิจด้วยแนวคิดที่ทันสมัย เพราะการออกแบบเสื้อผ้าก็ไม่ต่างจากการทำธุรกิจอื่นๆ ซึ่งแนวคิดนี้เองที่ทำให้กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ สามารถขยายฐานของลูกค้าให้ครอบคลุมได้ทุกเพศ วัย และสไตล์  ทั้งๆที่เริ่มจากคอลเล็กชั่นของผู้หญิงและผู้ชายเหมือนแบรนด์อื่นๆ

ปัจจุบันกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายถึง 18 ไลน์ โดยเริ่มจากไลน์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งจะทำความรู้จักกับแบรนด์ อย่าง Play, Tricot และ Shirt แล้วจึงขยับไปเป็น Wallet, Girl และ Homme Plus อีกทั้งยังมีน้ำหอม รองเท้า และเสื้อผ้าอีกมากมายให้ลูกค้าได้เลือกแต่ง

ลูกค้าไม่น้อยเริ่มทำความรู้จักกับกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ด้วยการซื้อเสื้อยืด กอมม์ เพลย์ มาสวมใส่ แล้วจึงค่อยๆทำความรู้จัก ขยับ ความชอบไปสู่ไลน์อื่นๆที่โตขึ้น กลยุทธ์นี้เป็นความตั้งใจของแบรนด์ในการทำธุรกิจ ความหลากหลายของไลน์ที่อยู่ภาพใต้ร่มคันใหญ่ของกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ จึงเป็นทางเลือกที่ทำให้ธุรกิจเติบโต ใครจะเชื่อว่ารายได้จากการขายเสื้อยืดกอมม์ เพลย์ จะทำให้ตัวเลขผลประกอบการของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี

ความก้าวล้ำอีกจุดที่ทำให้ธุรกิจไปต่อได้ไม่หยุดคือ การร่วมมือกับทั้งดีไซเนอร์ในทีม แบรนด์ที่มีชื่อเสียง และดีไซเนอร์ที่มีผลงานที่น่าสนใจ สร้างแบรนด์หรือคอลเลคชั่นขึ้นมาอีกมากมาย ซึ่งพูดได้ว่ากอมม์ เดส์ การ์ซงส์ เป็นแบรนด์แรกที่เริ่มทำงานในรูปแบบนี้          

การขายก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ได้สร้างเทรนด์ใหม่ให้กับวงการแฟชั่น ในช่วงที่การขายกำลังถึงทางตัน ไม่ว่าจะเป็น การเปิดป๊อปอัพ สโตร์ เก๋ๆตามจุดต่างๆเมื่อ 13 ปีก่อน แต่ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือการสร้าง Dover Street Market ขึ้นมา เพื่อรวบรวมผลงานการออกแบบทุกไลน์ของแบรนด์มาไว้กับงานออกแบบของดีไซเนอร์คนอื่นๆ ทั้งผู้ที่มีชื่อเสียงแล้ว  และผู้ที่เป็น New Comer ซึ่งการเลือกสินค้ามาวางในโดเวอร์ สตรีท มาร์เก็ต เป็นจุดแข็งของร้านที่จะนำเสนอสิ่งใหม่ก่อนใครเสมอ จากร้านแรกที่ลอนดอน ณ วันนี้ โดเวอร์ สตรีท มาร์เก็ตมีร้านถึง 6 แห่งทั่วโลกและกลายเป็นเดสทิเนชั่นที่คนรักแฟชั่นต่างอยากไปเยือน  เพราะร้านจะมีการปรับเปลี่ยนการจัดแต่งร้านปีละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับร้านอยู่เสมอ ซึ่งไม่มีร้านแฟชั่นใดเคยทำมาก่อน

การร่วมมือกับนักออกแบบคนอื่นของกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาวงการออกแบบ และให้โอกาสกับคนใหม่ๆที่มาจากกลุ่มหรือองค์กรต่างๆได้มีเวที  นักออกแบบที่เติบโตขึ้นจากการร่วมงานกับเรย์ คาวาคูโบะ ได้แก่ Junya Watanabe, Tao Kurihara (แม้ว่าเธอจะหยุดทำงานไปในปี 2011แล้วก็ตาม) Fumito Ganryu (ที่ลาออกจากบริษัท เมื่อต้นปีที่ผ่าน) และ Kei Ninomiya แล้วยังมีดีไซเนอร์ชาวต่างชาติอย่าง Gosha Rubchinskiy จากรัสเซีย ที่กอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ได้เป็นผู้สร้างแบรนด์ Gosha ให้กับเขา ซึ่งการทำงานของดีไซเนอร์คนอื่นร่วมกับเรย์ คาวาคูโบะ  นักออกแบบแต่ละคนสามารถมีความเป็นอิสระในการสร้างสรรค์งานเพื่อให้ได้สิ่งใหม่ๆ และโดเวอร์ สตรีท มาร์เก็ตได้กลายเป็นเวทีที่นักออกแบบหน้าใหม่ไฟแรงอยากไปเปิดตัว

                ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบหรือแผนการทำธุรกิจของกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ล้วนเป็นตัวอย่างให้แบรนด์แฟชั่นอื่นๆได้ศึกษาแล้วนำไปพัฒนาธุรกิจ แต่จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆด้วยเช่นกัน แต่สำหรับกอมม์ เดส์ การ์ซงส์ ความสำเร็จทั้งหมดเกิดขึ้นจากการที่ทุกแบรนด์มีดีเอ็นเอเดียวกัน และอยู่ภายใต้การนำของ เรย์ คาวาคูโบะ นั่นเอง